กำแพงเพชร-เพลิงกระหน่ำรับอรุณเผาบ้านไม้สักวอดทั้งหลังในพริบตา เจ้าของไปธุระนอกบ้านไม่ถึง20 นาที ถึงช็อคสะใภ้โทรแจ้งข่าวร้ายไฟไหม้บ้านทั้งหลังเห็นเพลิงโหมถึงกับเข่าอ่อนสิ้นเนื้อประดาตัว
อาชญากรรม

กำแพงเพชร-เพลิงกระหน่ำรับอรุณเผาบ้านไม้สักวอดทั้งหลังในพริบตา เจ้าของไปธุระนอกบ้านไม่ถึง20 นาที ถึงช็อคสะใภ้โทรแจ้งข่าวร้ายไฟไหม้บ้านทั้งหลังเห็นเพลิงโหมถึงกับเข่าอ่อนสิ้นเนื้อประดาตัว


เมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 14 ม.ค.64 พ.ต.ท.สมาน อุปถัมภ์ สว.สอบสวน ทำหน้าที่ร้อยเวร สภ.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากชาวบ้าน ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ ที่บ้านเลขที่ 114 ม.3 ต.เพชรชมพู อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุพบว่าบ้านหลังดังกล่าวได้ถูกเพลิงเผาไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง ตรวจสอบความเสียพบว่ามีซากเศษเหล็กต่างๆ ข้าวของ เครื่องใช้ อุปกรณ์ทำการเกษตรที่อยู่ภายในบริเวณตัวบ้านบ้านถูกเพลิงไหม้จนหมดสิ้น โดยมีชาวบ้านพากันนั่งจับกลุ่มวิพากวิจารณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น พร้อมมาให้กำลังใจกับเจ้าของบ้านหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ไม่เหลือซากทั้งหลัง


นางอรทัย พลเก่ง อายุ 45 ปี เจ้าของบ้านเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า”ตนมีอาชีพทำไร่มันสำปะหลัง ส่วนนายทองแก้ว พลเก่ง ผู้เป็นสามีตนไปทำงานเป็นช่างก่อสร้าง อยู่ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นานๆจะกลับมาบ้านสักทีซึ่งจะมีบางวันที่จะต้องออกไปขายเนื้อหมูตามตลาดนัดต่างๆในละแวกบ้านซึ่ง เมื่อช่วงเช้าเวลา ประมาณ 07.30 น.ของวันที่ 14 ม.ค.64ที่ผ่านมาตนได้ขับรถยนต์ออกไปจากบ้านเพื่อไปหาซื้อเนื้อหมูจากโรงฆ่าสัตว์เพื่อมาจำหน่ายยังตลาดนัดในย่านใกล้เคียงกับหมู่บ้านแต่เมื่อเดินทางไปประมาณ 20 นาทีซึ่งยังไม่ทันถึงจุดหมายก็ได้รับโทรศัพท์จากลูกสะไภ้ของตนแจ้งว่าที่บ้านของตนเกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ตกตนใจทำอะไรไม่ถูกรีบหันหัวรถกลับไปยังบ้านของตนที่กำลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ทันที เมื่อไปถึงพบว่าไฟกำลังโหมไหม้ตัวบ้านซึ่งส่วนมากเป็นไม้สักทั้งหลัง เกือบหมดแล้วในเวลาไม่นาน มองดูบ้านตนเองถูกเผากระทั่งเหลือแต่เถ้าถ่าน ในตอนนั้นตนยอมรับว่าถึงกับเข่าอ่อนประกอบกับตกใจจนทำอะไรไม่ถูก


ด้านนายทองแก้ว ทองลิ่ม อายุ 65 ปี ประธาน อสม. ม.3 ต.เพชรชุมพู เจ้าของคลิปเหตุการณ์ขณะที่เกิดเพลิงไหม้ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า”ตอนแรกเห็นกลุ่มควันคิดว่าเขาเผาขยะตนจึงขับรถมาดูจึงทราบว่าเป็นไฟไหม้บ้านจึงดำเนินการเข้าช่วยเหลือโดยไปเกณฑ์ชาวบ้านมาช่วยกันดับไฟ แต่มันก็ไม่ทันการเพราะเพลิงลุกไหม้เร็วมากและอีกอย่างชาวบ้านในละแวกดังกล่าวไม่ค่อยได้อยู่บ้านมีประมาณ 7-8 คนที่เข้าดับไฟแต่สุดท้ายแล้วก็เอาไม่อยู่ ส่วนการช่วยเหลือนั้นตอนนี้ก็ประสานไปยังฝ่ายปกครองแล้วต่อจากนี้ไปคงต้องขอแรงชาวบ้านมาช่วยเหลือในเรื่องของอุปกรณ์การหุงหาอาหาร และเครื่องนุ่งห่มกันก่อนจนกว่าจะมีการเข้าช่วยเหลืออย่างเป็นทางการของหน่วยงานราชการต่อไป ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ทราบว่าเจ้าหน้าที่แจ้งว่าอาจจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร ทั้งนี้อย่างไรต้องรอให้เจ้าหน้าที่สรุป เพื่อหาสาเหตุการเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งอย่างละเอียดอีกครั้ง

ข่าว/ภาพ นายวิทยา จตุรภาค  สมาคมนักข่าวส่วนกลางและท้องถิ่นกำแพงเพชร

สนับสนุนข่าวโดย

1
2
3
4

8
9
10
12
15
16

17

คุณสามารถแบ่งปันเนื้อหานี้!

แสดงความคิดเห็น