กำแพงเพชร-ผู้ประกอบการเช่าคลังสินค้ากำแพงเพชร แถลงสื่อมวลชนให้ อคส.ยกเลิกประกาศการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐ  (มีคลิป)
ข่าวรอบบ้าน

กำแพงเพชร-ผู้ประกอบการเช่าคลังสินค้ากำแพงเพชร แถลงสื่อมวลชนให้ อคส.ยกเลิกประกาศการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐ (มีคลิป)


บริษัทสิงห์โตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่นจำกัด แถลงสื่อมวลชนให้ อคส.ยกเลิกประกาศการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐ เนื่องจาก อคส.ยัง มีภาระหนี้สินค้าง ชำระและเบี้ยปรับให้กับบริษัทรวม 1,065 ล้านบาท และยังเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเข้าตรวจสอบข้าวเน่าเสียภายในคลังสินค้า และติดตามคดีเอกสารแจ้งเท็จโอนข้าวลมให้กับบริษัท ซึ่งอยู่ระหว่าง ปปท.ดำเนินคดี กับหัวหน้าคลังสินค้ารายหนึ่ง ซึ่งขณะนี้จะเกษียณอายุราชการแต่ว่าคดียังเงียบ ไม่คืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 พ.ค.63 นายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นประธาน บริษัท สิงห์โตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 99/1 หมู่ 2 ต.ธำมรงค์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงกรณี ให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) ยกเลิกประกาศการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐ ที่อยู่ในคลังสินค้าของบริษัทสิงห์โตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่นจำกัด ที่อยู่ระหว่างการประกาศ ของ อคส. ที่ได้ประกาศการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐครั้งที่ 1/ 2563 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 และจะเปิดทำการประมูลในวันที่ 26 พฤษภาคม 2563



นายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย เปิดเผยว่า ข้าวสารที่เก็บไว้ในคลังสินค้า ของทางบริษัทเป็นข้าวที่เหลือจากโครงการปรับปรุงข้าวสารบรรจุถุง ซึ่ง อคส.ได้มีหนังสือสั่งให้บริษัทหยุดปรับปรุงบรรจุถุงและให้นำข้าวที่เหลือจากการปรับปรุงส่งคืนเข้าคลังสินค้ากลาง อคส. ข้าวส่วนหนึ่งที่ทางบริษัทได้ส่งคืนนั้น ได้เก็บรักษาไว้ที่คลังของบริษัท สิงห์โตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งอคส.ได้ทำสัญญาเช่าไว้ ในกรณีดังกล่าว อคส. ยังมีภาระหนี้สินที่ค้างชำระให้กับทางบริษัท อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นหนี้สิน ที่เกิดขึ้นจากสัญญาจ้างปรับปรุงข้าวสารบรรจุถุง ระหว่างองค์การคลังสินค้า (อคส.) กลับบริษัทสิงโตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด รวมเป็นข้าวทั้งหมดจำนวน 160,543 ตัน ที่ส่งคืนให้กับองค์การคลังสินค้า (อคส.) เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2557 จากกรณีดังกล่าวทางองค์การคลังสินค้า (อคส.) ยังมีภาระค่าใช้จ่ายในการนำข้าวส่งคืน ประกอบไปด้วย ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าบรรทุก ค่ารถ ค่าแรงกรรมกร รวมจำนวน 296 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีหนังสือค้ำประกันที่หมดภาระผูกพันธ์ในสัญญาจ้าง ปรับปรุงข้าวสารบรรจุถุงจำนวน 7 ฉบับ รวมวงเงิน 379 ล้านบาทเศษ และเบี้ยปรับอีกจำนวน 82 ล้านบาทเศษ ทั้งนี้ยังมีค่าเช่าคลังสินค้าพร้อมเบี้ยปรับ อีกจำนวน 280 ล้านบาทเศษ และยังมีค่าแรงกรรมกรขนถ่ายข้าวสารเข้าคลังสินค้ากลาง พร้อมเบี้ยปรับ 27 ล้านบาท รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้นกว่า 1,065 ล้านบาท นายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย ประธานบริษัทสิงห์โตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่นจำกัด กล่าวต่อว่า รายละเอียดทั้งหมดนั้นทางองค์การคลังสินค้า (อคส.) ทราบเป็นอย่างดี ว่าทางบริษัทสิงห์โตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ให้เช่าคลังสินค้ามานานแล้วกว่า 6 ปี ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ 2557 ทางบริษัทได้ทำหนังสือเรียกร้องให้ชำระหนี้ มาอย่างต่อเนื่องตลอด 6 ปี จนในที่สุดเมื่อเดือนธันวาคมปี 2562 ทาง อคส.จึงยอมจัดทำสัญญาเช่าคลังให้ และมีบันทึกข้อตกลงว่าจะชำระค่าเช่าให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 30 วันหลังจากทำสัญญา จนเวลาล่วงเลยมาถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 จึงยินยอมชำระให้บางส่วนแต่ก็ยังคงมีหนี้ค้างชำระกับทางบริษัทอีกกว่า 1 พันล้านบาท ทางองค์การคลังสินค้ายังคงผิดสัญญาไม่ชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นดังกล่าวกับทางบริษัท สิงห์โตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ทั้งนี้ทางบริษัท จึงได้ใช้สิทธิ์หน่วงข้าวสารทั้งหมดไว้ ในคลังตามบันทึกข้อตกลงตามสัญญา ที่ได้บันทึกกันไว้เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา



นายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย กล่าวต่ออีกว่า ทางองค์การคลังสินค้ายังคง ประกาศการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐ ในคลังดังกล่าวนี้โดยเริ่มประกาศเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563 และจะมีการประมูลกันในวันที่ 26 พฤษภาคม 2563 ที่จะถึงนี้ ทางบริษัท สิงห์โตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่น จำกัดจึงได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อให้ทางองค์การคลังสินค้านั้นได้ยกเลิกการประกาศจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐในคลังสินค้าของบริษัท สิงห์โตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ทั้ง 5 หลัง ตามประกาศครั้งนี้ไว้ก่อน โดยนายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย ประธานบริษัท สิงห์โตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวต่ออีกว่า การประกาศจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐในครั้งนี้ ตามประกาศองค์การคลังสินค้าจะเปิดคลังสินค้ากลางที่เช่าไว้ เพื่อให้ผู้ประมูลได้ดูคุณภาพข้าวสารในคลัง เพื่อประกอบในการตัดสินใจของผู้ประมูล กำหนดให้เข้าดูสินค้าตั้งแต่วันที่ 14 ถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2563 แต่ในข้อเท็จจริงทางบริษัทได้สงวนสิทธิ์การให้เข้าดูข้าวสารในคลังสินค้า ผู้ที่จะประมูลจึงไม่สามารถทราบถึงคุณภาพข้าวในคลังแต่อย่างใด เหตุนี้ จึงทำให้ผู้ประมูลไม่มีโอกาสได้เข้าดูสินค้าแม้แต่เพียงรายเดียว นอกจากนี้ นายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย ยังเปิดเผยต่อว่า หาก อคส.ยังคงไม่ยกเลิกการประกาศการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐ และหากมีผู้ชนะการประมูลข้าวในครั้งนี้ ก็จะมีปัญหาตามมาเนื่องจาก ผู้ชนะประมูลจะไม่สามารถขนย้ายข้าวสารออกจากคลัง ของบริษัทสิงห์โตทองฯ ได้แต่อย่างใด เนื่องจากทางบริษัท จำเป็นต้องรักษาสิทธิ์ และปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงตามสัญญาที่ได้ทำกันไว้ จึงขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมายในการยึดหน่วงข้าวสารในคลังทั้งหมด ไว้จนกว่า องค์การคลังสินค้าจะชำระหนี้ ให้กับบริษัทสิงห์โตทองฯ ครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ อคส.ยังได้เก็บข้าวสารกองไว้ด้านนอกคลังจำนวน 3 หมื่นกระสอบ หรือประมาน 300 ตัน ถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่เข้ามาดูแลรักษาคุณภาพข้าวตามเกณฑ์กำหนด ทำให้ข้าวเหล่านี้ได้รับความเสียหายเน่าเสีย ซึ่งทำให้รัฐได้รับความเสียเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท และขอเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาตรวจสอบความเสียหายว่าเกิดจากการประมาทเลินเล่อหรือเกิดจากการเพิกเฉยละเว้นของเจ้าหน้าที่ ทำให้รัฐได้รับความเสียหายในครั้งนี้



นอกจากนี้ยังได้ วอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบคดี ที่ขณะนี้อยู่ในการดูแลของ ปปท. ซึ่งหัวหน้าคลังสินค้า ท่านหนึ่ง ประจำจังหวัดนครสวรรค์ ได้ทำเอกสารเท็จ โอนข้าวลมมายังบริษัทสิงห์โตทองฯ จำนวน 6,205 ตัน โดยอ้างว่าโอนเพื่อจ่ายเป็นค่าจ้างปรับปรุงคุณภาพข้าวสารบรรจุถุง โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วง ปี 2556 ทางบริษัทได้แจ้งดำเนินคดีไว้กับทางสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร และเรื่อง ดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงาน ปปท. จนถึงขณะนี้คดียังคงเงียบหาย ซึ่งผู้ถูกกล่าวหารายนี้จะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน 2563 ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตามจนถึงวันนี้ทางบริษัทสิงห์โตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่นจำกัด และที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐด้วยดีมาโดยตลอด จึงขอวิงวอนให้ภาครัฐได้ปฎิบัติตามสัญญา และชำระหนี้ให้กับทางบริษัทให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ข่าว/ภาพ นายวิทยา จตุรภาค  สมาคมนักข่าวส่วนกลางและท้องถิ่นกำแพงเพชร

สนับสนุนข่าวโดย

1
2
3
4

8
9
10
12
15
16
17

ภาพประกอบ

คุณสามารถแบ่งปันเนื้อหานี้!

แสดงความคิดเห็น